วันนี้ (20/01/56) ผมได้ไปร่วมวิ่งมินิมาราธอนที่อำเภอซำสูง ห่างจากเมืองขอนแก่นเกือบ 40 กิโลเมตร ซึ่งเป็นการไปแบบไม่ค่อยพร้อมเท่าไหร่ เพราะเพิ่งจะรู้ว่ามีงานก็เมื่อสองวันก่อน ว่ากันตามจริง ผมไม่ได้วิ่งมาเกือบเดือนแล้ว ด้วยความขี้เกียจของผมเองแหละ มาเจอโปรแกรมนี้ในเว็บก็เลยคิดว่าต้องลองดูซะหน่อยล่ะ
 
ต้องออกตัวก่อนนะครับว่าผมไม่ใช่นักวิ่งมืออาชีพ และไม่มีสังกัด เพิ่งจะออกวิ่งไกลๆก็เมื่อปีที่แล้วนี่เอง
 
ผมซ้อมก่อนไปงานวันเดียว แค่ 5 กม.เท่านั้น แต่ก็มีความคาดหวังอยู่ว่าจะได้ถ้วยมานอนกอดที่บ้าน และเป็นถ้วยที่สองที่จะเอามาตั้งโชว์ ถ้วยแรกนั้นผมได้มาจากงานที่มหาสารคาม เป็นถ้วยแรกที่ผมภูมิใจซึ่งไม่คาดคิดว่าจะได้ ตอนนั้นผมได้อันดับที่ 4 ของกลุ่มอายุ ในการวิ่งฮาล์ฟมาราธอน 22 กม. งานนี้ผมก็ตั้งเป้าเอาไว้ว่าอย่างน้อยว่าจะได้อันดับที่ 3
 
 
จัดกระเป๋าเรียบร้อยภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง
สิ่งที่เตรียมก็ไม่มีอะไรมาก เป็นพวกของใช้ที่จำเป็น เต็นท์ รองเท้าวิ่ง ชุดวิ่ง ผ้าขนหนู แปรงสีฟัน ยาสีฟัน น้ำดื่ม ไข่ต้ม และที่ขาดไม่ได้ก็คือหนังสือนั่นเอง 
 
 
ดูแผนที่ใน Google map เรียบร้อย พี่ 'กู' บอกว่าใช้เวลาเดินทาง 30 นาทีกว่าๆ
ประมาณหกโมงเย็นก็ออกเดินทางบิดมอไซค์ออกจากบ้าน พร้อมเปิด gps ในโทรศัพท์เพื่อความชัวร์ว่าจะไม่หลงทาง
 
 
ขับรถได้ชั่วโมงกว่าก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะถึงที่หมาย เลยนึกขึ้นได้ว่าใน map มันบอกว่ารถยนต์นี่หว่า อืม..
ถนนเข้าอ.ซำสูงมืดมาก ไม่มีไฟข้างถนนเลย เป็นเส้นทางที่สามารถเดินทางจากอ.กระนวน มายังอ.เชียงยืนได้ ข้างทางเป็นไร่อ้อย สวนยูคา และทุ่งนา ซึ่งบนถนนจะพบเห็นรถขนอ้อยผ่านอยู่บ่อยๆ
 
 
จากบ้านมากว่าชั่วโมงครึ่งก็ถึงที่หมายอย่างเหนื่อยล้า ทำการสมัครเรียบร้อยจึงไปหาจุดกางเต็นท์ที่อบต.ซำสูง ช่วงหนึ่งผมจอดดูแผนที่อย่างงงๆ เพราะไม่รู้ว่าอบต.นั้นไปทางไหน ทำความเข้าใจอยู่พักหนึ่งก็บิดรถออกไป ในตอนนั้นผมเห็นเจ้าของร้านขายของที่ผมจอดอยู่หน้าร้านเค้ามองมาที่ผม และยิ้มให้เหมือนจะรู้ว่าผมไม่รู้ทางและพร้อมจะให้ความช่วยเหลือ ผมคิดว่ามันเป็นรอยยิ้มที่ดูอิ่มมากเลยนะครับ ดูมีความอบอุ่น พร้อมจะต้อนรับแขก ไม่เหมือนกับรอยยิ้มของคนในเมืองที่เป็นยิ้มแห้งๆ  
 
 
เมื่อถึงอบต.แล้วก็กางเต็นท์เพื่อที่จะพักผ่อนเก็บแรง อย่าถามถึงเรื่องอาบน้ำนะครับ เพราะผมถือว่าอาบมาจากบ้านแล้ว ลมหนาวที่ปะทะเสื้อผ้าทะลุถึงผิวหนังตลอดทาง สัมผัสได้ว่าอุณหภูมิประมาณ 20 องศาฯ แบบนี้คงไม่ต้องอาบกันแล้วละครับ
 
 
สองทุ่มแล้วก็ได้เวลาดินเนอร์ใต้แสงจันทร์ที่ส่องผ่านแต็นท์ และแสงดาววิบวับเต็มท้องฟ้า มื้อนี้มีอาหารชั้นเลิศคือ หมูปิ้งที่ซื้อมาจากข้างทางกับไข่ต้มที่ต้มมาจากบ้าน ตามด้วยเวเฟอร์กับนมวัวแดง จึงได้รับพลังงานกักตุนเอาไว้ใช้วิ่งตอนเช้า
 
 
อิ่มกำลังดี ถึงเวลาอ่านหนังสือละครับทีนี้ หยิบต้นส้มแสนรักมาอ่านซะหน่อย เล่มนี้สุดยอดมากครับ
ใครที่บ่อน้ำตาตื้นก็อาจจะร้องไห้ได้ง่ายๆเลยนะครับ พออ่านได้พักนึงผมก็งีบหลับ
 
สี่ทุ่มกว่า ได้ยินเสียงร้องไห้ของเด็กผู้ชายน่าจะสามขวบ ดังมาจากเต็นท์ใกล้ๆ "อ้าาา ฟ่ออากฮับป้านนน" พอจะจับใจความได้ว่า 'พ่อ อยากกลับบ้าน!' แล้วเสียงก็หายไป และดังขึ้นอีกหลายครั้ง แล้วใครมันจะนอนหลับล่ะครับงานนี้
 
ผมหลับไปตอนเที่ยงคืน ตื่นขึ้นมาตอนตีหนึ่งเพราะความหนาว หาของที่ติดกระเป๋ามาห่มให้ร่างกายอบอุ่นซึ่งก็มีแค่เสื้อกันหนาว เสื้อยืด กับผ้าขนหนูอีกหนึ่งผืนเท่านั้น บนเต็นท์ยังเปิดระบายอากาศไว้่ ไม่ได้เอาฟลายชีทคลุม ตอนนี้แหละที่ผมรู้สึกว่าคิดผิดที่ไม่ได้เอาผ้าห่มมาด้วย กึกๆๆๆ... จากนั้นผมหลับไปอีกทีตอนไหนก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าหลับไม่ลึกเลย เหมือนกึ่งหลับกึ่งตื่น
 
เวลาตีสามผมตื่นมาล้างหน้าแปรงฟัน เพราะถ้าตื่นช้ากว่านี้คนก็จะเข้าห้องน้ำเยอะ กลับมาที่เต็นท์ก็เอาฟลายชีทมาคลุมให้เรียบร้อย แล้วก็นอนต่ออีกงีบหนึ่ง
 
ตีสี่กว่าๆ ตื่นมาเปลี่ยนชุด เก็บของ เก็บเต็นท์ ขับรถไปจุดปล่อยตัว ระหว่างทางไปนั้นอากาศเย็นยะเยือก ลมตีหน้า กระทบผิวหนังทำให้สั่นสะท้านไปทั้งตัว มันหนาวไปถึงขั้วหัวใจ
 
  
ก่อนจะวิ่งก็ตุนพลังงานด้วยช็อกโกเล็ตซะหน่อย แผล่บๆ
 
เวลาตีห้าเศษ ถึงจุดปล่อยตัว อบอุ่นร่างกายจนพร้อม หกโมงจึงปล่อยตัวนักวิ่งมินิมาราธอน ระยะทางงานนี้ 10.5 กม. ก่อนออกตัวผมก็ดูว่ารุ่นอายุผมมีมากเท่าไหร่ เป็นการประเมินสถานการณ์ และจัดการพลังงานให้เพียงพอต่อการวิ่ง (ฟังดูมีหลักการ)
 
สามกิโลเมตรแรก ผมไล่ตามคนหนึ่ง เขาใส่ชุดนักฟุตบอล เสื้อแขนยาว กางเกงขาสั้น รองเท้าฟุตซอล ถุงเท้ายาว ในใจก็คิดว่า 'มันจะไปเตะบอลที่ไหนวะ?' ไล่ได้พักหนึ่งก็ต้องยอมปล่อยไปเพราะไม่ไหวจริงๆ เพราะช่วงขาของเค้ายาวกว่า ก้าวหนึ่งของเขาน่าจะเท่ากับก้าวครึ่งของผม ผมได้แต่มองเค้าวิ่งหายไปในกลุ่มนักวิ่งข้างหน้า
 
กิโลเมตรที่ห้า เจอคู่แข่งอีกคนหนึ่ง ชุดดำทั้งตัว มีซับเหงื่อคาดไว้บนหัว ข้างหลังเสื้อสกรีนไว้ว่า 'ชมรมคนวิ่งยาวขอนแก่น' สวมรองเท้าไนกี้สีสดใส มาแบบช้าๆ เนิบๆ ผมพลันคิดว่า "ไอ้นี่ไม่ธรรมดาแน่" ตอนแรกก็ตามผมอยู่ ต่อมาผมโดนแซง สลับกันแซง บ้างขนาบข้าง ช่วงหนึ่งผมพยายามไล่แต่ก็ไม่เป็นผล เพราะช่วงขาเขายาวจริงๆ และดูจากความอึดของเค้าแล้วน่าจะเตรียมตัวมาดี จนถึงกิโลเมตรที่เจ็ดผมจึงยอมปล่อยเค้าไปอีกคน -ด้วยความเหนื่อยล้า
 
ผมเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 52.41 นาที ถือว่าเป็นการทำลายสถิติตัวเอง แต่พลาดถ้วยรางวัลเพียงแค่อันดับเดียวเท่านั้น เพราะโดนพี่ชุดดำจากชมรมคนวิ่งยาวขอนแก่นแซงไป แต่ก็ต้องขอบคุณพี่เค้าด้วยที่ช่วยดึงผมให้ได้สถิติใหม่ หวังว่างานหน้าคงจะเจอกันอีก สมแล้วแหละครับที่ซ้อมวันเดียว แล้วก็สมน้ำหน้าตัวเองด้วยที่คาดหวังสูง
 
บทเรียนครั้งนี้สอนให้รู้ว่า 'จงซ้อมให้มาก'
 

แล้วผมก็ขับรถโฉบกลับบ้านแบบเพลียๆ ฟิ้วว..
 
Enjoy Running!

Comment

Comment:

Tweet

อ่านแล้วสนุกไปด้วยเลยค่ะ big smile

#12 By แอ้ on 2013-02-01 14:39

อยากลองวิ่งไกลๆแบบนี้บ้างนะฮะ แต่ด้วยหุ่นตอนนี้อาจจะตายตั้งแต่จุดเริ่ม sad smile Hot!

#11 By GUMBEAR on 2013-01-31 18:22

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#10 By หมี่เย็น :D on 2013-01-30 14:49

เราเองก็เป็นคนชอบวิ่งเหมือนกันค่ะ คราวที่เเล้วพลาดไปงาน 'วิ่งสู่ชีวิตใหม่' เเบบว่า เสียดายสุดๆ! เเต่คราวนี้ต้องไม่พลาด!

#9 By หมี่เย็น :D on 2013-01-30 14:49

@ploy-is-alien big smile open-mounthed smile confused smile
@indyguy  @nirankas อยากลองเหมือนกันฮะ กะว่าซ้อมซักสองสามปี แล้วไปพิชิตให้ได้ซักที่ confused smile

#8 By Film on 2013-01-26 12:56

ออกกำลังกายอยู่
หวังว่าจะได้วิ่งมาราธอนกับเค้าสักครั้งในชีวิต
big smile big smile big smile Hot! Hot! Hot!

#7 By Nirankas on 2013-01-26 00:23

ชอบวิ่งเหมือนกันครับ อยากลองมาราธอน 42 กม. ซักครั้ง big smile

#6 By Indy Freeman on 2013-01-24 09:29

ขอบคุณที่มาแบ่งปันประสบการณ์นะคะ Hot! Hot! Hot!

#5 By This is ALPHA. on 2013-01-23 22:43

@anyblue แม่นแล้วครับ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะครับ เดี๋ยวคราวหน้าจะมาแบ่งปันประสบการณ์แบบนี้อีก big smile

#4 By Film on 2013-01-23 13:14

ถือว่าได้วิ่งก็คุ้มค่าแล้ว ได้ออกกำลังดีต่อสุขภาพconfused smile
ได้ที่เท่าไหร่ไม่สำคัญ มีน้ำใจนักกีฬา และอย่างน้อยก็ชนะใจตัวเอง ที่ออกมาวิ่งเหนื่อยๆ และก็ได้ผลดีที่ตัวเองนะคะHot! Hot! Hot!

#3 By yo on 2013-01-23 12:53

confused smile Editor's pick 3 เอ็นทรี่รวด confused smile
cry ขอบคุณพี่น้องชาวเอ็กทีนมากค้าบ cry

#2 By Film on 2013-01-22 21:04

Hot! Hot! Hot!

#1 By Na~mo on 2013-01-22 20:54