จากที่ผมได้เขียนบันทึกของนักวิ่งไร้สังกัดไว้ (http://filmnegative135.exteen.com/20130120/entry) เอ็นทรี่นี้ผมก็มีเรื่องสนุกๆของนักวิ่งไร้สังกัดมาเล่าให้ฟังกันอีกครั้ง
 
บันทึกของนักวิ่งไร้สังกัดครั้งนี้ผมได้ไปวิ่งที่เขี่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่นนี่เอง ขอบอกก่อนเลยว่าครั้งนี้ได้ถ้วยกลับมานอนกอดที่บ้านแล้วนะฮ๊าฟฟฟ... เป็นถ้วยใบที่สองของผมเอง
 
อุบลรัตน์มินิ-ฮาล์ฟ มาราธอน ครั้งที่ 5 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 10 มีนาคม ที่ผ่านมา เมื่อทราบข่าวจากเว็บไซต์แล้ว 'นักวิ่งฟรีแลนซ์' อย่างผมมีหรือจะพลาด คราวนี้ไปด้วยความฟิต วันที่ 9 ผมปั่นเจ้าโทบี้ (จักรยาน) จากบ้านไปถึงเขื่อนอุบลรัตน์โดยไม่ง้อรถทัวร์ ด้วยระยะทางเกือบ 50 กิโลเมตร
 
 
 
หกโมงเย็นผมเดินทางถึงเขื่อนอุบลรัตน์อย่างปลอดภัย มาถึงแล้วก็ทำการลงทะเบียน ครั้งนี้ผมลงวิ่งรายการฮาล์ฟมาราธอน ระยะทาง 21.5 กิโลเมตร ค่าสมัคร 300 บาท เมื่อลงทะเบียนเรียบร้อยแล้วก็ออกหาของกินครับ
 
 
 
มื้อเย็นของนักวิ่งอย่างผมแสนจะธรรมดา 'ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว' หากินได้ทั่วไทย ไปที่ไหนก็เจอ แต่มันไม่อิ่มนะสิครับ สงสัยจะใช้พลังงานในการปั่นจักรยานมาก กินเสร็จก็เข้าเซเว่นหาของว่างมาใส่ท้องอีกที
 
 
 
เมื่ออิ่มได้ที่แล้วต่อไปก็เป็นการหาที่กางเต็นท์นอน ปั่นไปเจอทำเลดีที่หอประชุมโรงเรียนอุบลรัตน์พิทยาคม ส่วนเจ้าโทบี้ก็นอนอยู่ข้างหน้าเต็นท์ผมนี่แหละครับ ข้างๆผมเป็นเต็นท์ของครอบครัวหนึ่งที่มาจากชุมแพ ส่วนข้างหลังก็เป็นเต็นท์ของตากับยายที่นั่งรถมอเตอร์ไซค์มาจากชุมแพเช่นเดียวกัน และภายในหอประชุมก็มีเต็นท์ของนักวิ่งอีกประมาณสิบหลัง
 
จากนั้นผมก็เตรียมอาบน้ำ แต่เดี๋ยวก่อน...ลืมเอาแปรงสีฟันกับสบู่มาด้วย! (มีแต่ยาสีฟันกับแป้ง) จะออกไปซื้อก็ยุ่งยากอยู่นะ เอาเป็นว่าละไว้ในฐานที่เข้าใจแล้วกัน... 
 
 
 
การเดินทางครั้งนี้ผมก็ได้หยิบเล่มนี้ติดมือมาด้วย 'ญิฮาดสีเทา' เป็นหนังสือรวมเล่มจากบทความในคอลัมน์เนชั่นสุดสัปดาห์ซึ่งก็มีความน่าเชื่อถืออยู่พอสมควร อ่านแล้วก็ตั้งคำถามขึ้นเยอะแยะมากมาย (ตั้งแต่พับนกจนเรือเหาะก็ไม่เห็นว่าไฟใต้จะลดความรุณแรงลงเลย!?)
 
อ่านได้พักหนึ่งผมก็หยิบเอาโทรศัพท์มาเปิดเพลงฟังกล่อมให้หลับ แต่ก็อีกเช่นเคย การนอนในเต็นท์มันหลับยากเหลือเกิน (นอกจากจะเหนื่อยมากๆ) ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง...สองชั่วโมง ก็ยังไม่หลับ เป็นเพียงการหลับตาเท่านั้นไม่ได้เข้าสู่ภวังค์แห่งความผ่อนคลาย สติยังตื่นรู้อยู่ จนถึงตีสี่ ผมตื่นจากการตื่น? (เพราะไม่นอนหลับ) แต่ก็รู้สึกว่าร่างกายได้พักผ่อนอยู่บ้าง
 
เมื่อตื่นแล้วผมก็เข้าห้องน้ำทำธุระเรียบร้อย จากนั้นก็กินอาหารเพื่อเก็บพลังงานสำหรับการวิ่ง เช้านี้มีไข่ต้ม ช็อคโกเล็ต และขนมบิสกิต กินเสร็จแล้วก็เก็บเต็นท์ โหลดของขึ้นจักรยานแล้วเข้าไปที่งาน
 
เมื่อเข้ามาถึงงานก็จัดการฝากสัมพาระ ผมฝากจักรยานไว้ทั้งคันเจ้าหน้าที่ก็แอบงงเล็กน้อย จากนั้นก็เริ่มอบอุ่นร่างกาย ยืดกล้ามเนื้อเพื่อลดอาการบาดเจ็บจากการวิ่ง ในช่วงนี้ก็เป็นเวลาสำรวจคู่แข่งภายในกลุ่มอายุเดียวกัน ประเภทอายุไม่เกิน 29 ปี ที่ผมลงวิ่งนี้พบว่ามีอยู่ 10 คนเห็นจะได้ เป็นนักวิ่งล่ารางวัลซักครึ่งหนึ่ง (ไม่รวมผมนะ) การวิเคราะห์คู่แข่งของผมก็เพื่อลดความประหม่า ช่วยในการจัดการพลังงาน ระยะต้น ระยะกลาง ระยะปลายการแข่งขัน (ฟังดูมีหลักการอีกแล้ว) เป็นการคาดการณ์โอกาสที่จะได้ถ้วยรางวัล เพราะมาไกลก็หวังว่าจะได้ถ้วยติดมือกลับบ้านบ้างล่ะครับ
 
เวลา 05:30 ประธานได้ปล่อยตัวนักวิ่งฮาล์ฟมาราธอนจากจุดสตาร์ท ผมออกตัวช้าๆให้ร่างกายค่อยๆปรับตัว แล้วค่อยๆเร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆจนถึงจุดคงที่ 
 
สามกิโลเมตรแรก ผมเจอคู่แข่งสองคนเป็นนักวิ่งจาก 'ชมรมคนวิ่งยาวขอนแก่น' ที่เคยพูดถึงในเอ็นทรี่ก่อน (แต่ไม่ใช่พี่คนเดิมที่แซงผมจนทำให้ชวดรางวัลไปเพียงอันดับเดียว) คนแรกรูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาว ผมยาวสีดำสลับทอง (ในใจก็คิดว่าเค้าจะไปเดินแฟชั่นที่ไหนรึปล่าวนะ?) ส่วนอีกคนหนึ่งรูปร่างสูงท้วม ผิวคล้ำ กล้ามเนื้อน่องขาของเขาบ่งบอกถึงการฝึกซ้อมมาเป็นอย่างดี ทั้งสองสวมเสื้อกล้ามสีเหลืองสกรีนชื่อชมรมไว้อย่างเท่ ผ่านมาถึงกิโลเมตรที่สี่ผมก็เริ่มแซงคนแรกแล้วรักษาระยะไว้ไม่ให้เค้าแซงคืน
 
ประมาณกิโลเมตรที่เจ็ด เส้นทางเป็นเนินลาดชัน ผมใช้ทักษะ (มั่วๆ) ของตัวเอง โดยการโน้มตัวไปข้างหน้าเพื่อถ่ายน้ำหนักให้วิ่งขึ้นเนินง่าย เพราะผมเคยวิ่งขึ้นภูเขาอยู่สนามหนึ่งแล้วใช้วิธีนี้ได้ผลดี ช่วงนี้ผมวิ่งเกาะกลุ่มๆหนึ่ง ในนั้นมีคู่แข่งคนหนึ่ง พี่คนที่พูดถึงเมื่อกี้แหละ อีกคนหนึ่งไม่แน่ใจว่าอยู่ในกลุ่มอายุเดียวกันรึปล่าว (มารู้อีกทีตอนเข้าเส้นชัยว่าใช่) ชายร่างท้วม แขนขาล่ำสัน ดูบึกบึน สวมเสื้อกล้ามสีแดง เขาวิ่งรักษาความเร็วคงที่ซึ่งเร็วกว่าผมเล็กน้อย -ตอนนี้ผมตามหลังทั้งสองอยู่
 
กิโลเมตรที่สิบ พี่จากชมรมคนวิ่งยาวฯเริ่มแสดงอาการล้า เค้าหยุดพักจัดการกับปัญหารองเท้า ผมจึงใช้โอกาสนี้แซงขึ้นไปแล้วพยายามรักษาระยะห่างไว้เช่นเคย ต่อไปก็เป็นชายเสื้อแดงที่อยู่ถัดจากผมร้อยเมตร ผมคิดในใจว่าต้องหาโอกาสแซงให้ได้
 
การวิ่งทางไกลว่าด้วยเรื่องการแซง ไม่ใช่ว่าจะแซงก็ออกแรงแล้วโฉบไปเลยนะครับ มันไม่เหมือนกับวิ่งสปีด ถ้าเราออกแรงแซงขึ้นไปเฉยๆ หลังจากนั้นเราอาจจะแรงตกจนเค้าแซงคืนได้ กลายเป็นว่าเหนื่อยกว่าเดิมอีก 
 
กิโลเมตรที่สิบสาม ชายเสื้อแดงเริ่มแรงตกอย่างเห็นได้ชัด แน่นอน ผมไม่พลาดโอกาสนี้อยู่แล้ว เพิ่มแรงอีกหน่อยแล้วค่อยๆแซงขึ้นไป ต่อไปจะเป็นการกดดันตัวเองล่ะ
 
ประมาณกิโลเมตรที่สิบห้าเป็นจุดกลับตัว ก่อนหน้านี้ผมพยายามดูคนที่วิ่งสวนทางมาว่าเป็นกลุ่มอายุเรากี่คน นับได้สามคน แปลว่าเรามีโอกาสที่จะได้ถ้วยอยู่ ผมยังคงวิ่งเกาะกลุ่มอยู่ แต่รู้สึกว่าทิ้งห่างเรื่อยๆ (เพราะเค้าวิ่งกันเร็วมาก) ทิ้งคู่แข่งทั้งสองไว้ข้างหลังโดยไม่หันกลับไปมอง
 
เหลืออีกเจ็ดกิโลฯ ผมพยายามรีดพลังที่เหลือออกมาใช้ การวิ่งครั้งนี้ไม่มีอาการเจ็บขา เพราะก่อนหน้านี้ผมได้ปั่นจักรยานทำให้มีกำลังขาเพิ่มขึ้น แต่ก็มีอาการจุกท้องอยู่บ้าง บางครั้งก็มือชา ผมวิ่งต่อไปจนเข้าไปถึงบริเวณงาน
 
สามกิโลเมตรสุดท้ายต้องวิ่งขึ้นบนสันเขื่อนแล้วกลับลงมาอ้อมเข้าเส้นชัย ช่วงนี้พี่เสื้อแดงตามหลังผมมาติดๆ แต่ผมก็ไม่ได้หันหลังไปมอง ได้ยิงเพียงเสียงก็พอจะคาดเดาได้ว่าห่างผมอยู่ประมาณ 3 ช่วงแขน 
 
 
 
ผมวิ่งเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 1:53:28 ซึ่งเวลาดีกว่าเดิมอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อเข้าถึงเส้นชัยเจ้าหน้าที่ก็เอาป้ายมาคล้องคอ เป็นป้ายของผู้ที่ได้ถ้วยรางวัลอันดับที่ 5 ส่วนพี่เสื้อแดงที่ตามผมมาติดๆก็พลาดไปเพียงอันดับเดียวเท่านั้น (ผมเข้าใจความรู้สึกนี้ดี เพราะเคยโดนมาก่อน)
 
 
 
เมื่อเข้าเส้นชัยแล้วก็ยืดกล้ามเนื้อ หาของกินรองท้อง งานนี้มีนักวิ่งมาจากทั่วประเทศ มากันเป็นทีม สังกัด ชมรม เยอะแยะมากมาย
 
 
 
อันดับที่ห้า ได้ถ้วยรางวัลพร้อมเงิน 400 บาท ค่าสมัคร 300 บาท เท่ากับได้ 100 บาท แต่ความภูมิใจที่ได้มันประเมินให้เป็นค่าเงินบาทไม่ได้หรอกครับ 
 
 
 
ถ้วยรางวัลสวยดีนะครับ (เอากลับไปฝากแม่)
 
 
 
รับรางวัลเสร็จแล้วก็พาเจ้าโทบี้ไปเดินเล่นบนสันเขื่อน พอหายเหนื่อยก็ปั่นกลับบ้าน
 
 
 
วิ่ง 21 กิโล ปั่นจักยานกลับบ้านอีก 50 กิโล ขาบวมสิครับ โอย ทรมาน...
 
Enjoy Running!

Comment

Comment:

Tweet

ศูนย์ปฏิบัติการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดอำเภอหนองวัวซอ
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดธานี เขต 1 ขอเชิญร่วมเดินวิ่งการกุศลต้านภัยยาเสพติดครั้งที่ 2 น้ำพ่นซุปเปอร์มินิมาราธอน 2014
วันอาทิตย์ที่ 22 มิถุนายน2556 เวลา05.30 น.
Start & Finish @ โรงเรียนบ้านน้ำพ่น ต.น้ำพ่นอ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี


1. ซุปเปอร์มินิมาราธอน 15 กม. ค่าสมัคร 200 บาท = รับเสื้อวิ่ง ฟรี
ชาย <18ปี/19–29/ 30–39/ 40–49/50–59 /60-69/70ปี >
หญิง < 18ปี/19–29/ 30–39/ 40–49/50–59/60ปี >
* ชิงถ้วยเกียรติยศ 1–5 * เงินรางวัล 1–3 =700,600,500 ทุกรุ่น
* Over All ถ้วยเกียรติยศ & เงินรางวัล 1,500 บาท
* เหรียญรางวัล & เกียรติบัตร
2. ฟันรัน 5 กม. ค่าสมัคร 20 บาท
- อายุไม่เกิน 12 ปี ช.-ญ. / 13-15 ช.–ญ. / 16–18 ช.–ญ.
- รุ่นทั่วไป ช.-ญ. / รุ่นทั่วไปในอำเภอหนองวัวซอ ช.–ญ.
* ชิงถ้วยเกียรติยศ 1–5 ทุกรุ่น
* ชิงทุนการศึกษา 20ทุนๆละ 300 บาทสำหรับนักวิ่งไม่เกิน 18ปี ทุกรุ่น
* 100 คนแรกทุกรุ่น รับเหรียญ & เกียรติบัตร
* อาหาร เครื่องดื่ม ผลไม้ เช้า – เย็น ฟรี
ที่พักค้างและกางเต็นท์

ชิงถ้วยเกียรติยศ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี, ผู้บังคับการตำรวจภูธรจ.อุดรธานี,นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม อดีต สส.อุดรธานี, นายกอบจ.อุดรธานี,ผอสพป.อุดรธานีเขต 1, สจ.พนมพร ฝ้ายสีงาม, สจ.สมาน ชวาลชัย,นายอำเภอหนองวัวซอ, ผกก.สภ.หนองวัวซอ, นายกอบต.น้ำพ่น
รายได้ สมทบทุนก่อสร้างห้องน้ำวัดบวรนิมิตบ้านน้ำพ่น
สนับสนุน วงโปงลาง “เพชรน้ำพ่น” ต้านภัยยาเสพติด
สอบถามเพิ่มเติม ผอ.พิสมัย สิมสีพิมพ์ 087- 2309731
ดร..ชัยสิทธิ์ ชัยชนะสุวัฒน์ 081- 2631522
นายสุนัย บุญธรรม 087- 9508454

#12 By (1.4.171.175|1.4.171.175) on 2014-04-08 18:03

ขอบคุณที่แบ่งปันเรื่องราวดีๆ สู้ต่อไปนะครับ เอาที่1ให้ได้

#11 By heinz (103.7.57.18|223.205.22.227) on 2013-05-18 22:13

ผมก็เข้าอันดับ5เหมือนกันรู่น40

#10 By อาราม (103.7.57.18|115.67.35.2) on 2013-05-12 12:55

I like that book

#9 By Phần mềm facebook (103.7.57.18|113.23.8.184) on 2013-05-10 17:31

สุดยอดครับ ผมก็ชอบวิ่งเหมือนกัน แต่ลงแค่ 10k กำลังซ้อมไปลง 21k ครับ confused smile

#8 By Born 2 Run on 2013-04-30 15:55

คนขอนแก่นดินแดนนักกีฬาเนาะ
ขอเป็นกำลังใจเด้อ กำลังเสพติดการวิ่งคือกัน
กำลังซ้อมเพื่อฟูลมาราธอน 

#7 By pcalibration (103.7.57.18|182.52.250.21) on 2013-04-22 11:08

@littleworm เหรียญแรกที่ได้จากมินิมาราธอนเป็นสิ่งที่น่าภูมิใจมากเลยครับ ต้องฟิตร่างกายให้พร้อม ไม่ยากเกินความสามารถหรอกครับdouble wink
@nhonnhoi  ขอบคุณค้าบ นอนพักสามวันกว่าจะหาย ทรมานมาก

#6 By Film on 2013-03-20 21:53

ดูเป็นกิจกรรมน่าสนุก ยกเว้นเรื่องขาบวมตอนสุดท้ายsad smile   ยังไงก็หายไวๆ น๊าbig smile
Hot! Hot! Hot!

#5 By NhonNhoi on 2013-03-18 11:31

เคยวิ่งมาราธอน 11.5 กิโล รางวัลก็ไม่ได้แถมอ้วกแตก ป่วยไปอีกหลายวัน ร่างกายมันไม่พร้อม 
Hot! Hot! Hot!

#4 By บีชบอย on 2013-03-18 00:16

@be-beer ผมก็เริ่มจากวิ่งเพื่อสุขภาพนั่นแหละครับ พอลองลงงานเล็กๆดูเลยได้ถ้วยมา sad smile
@nirankas ครั้งนี้ยอมรับว่าฟิตจริงครับ ถ้าไม่ได้ถ้วยคงร้องไห้กลับบ้าน  confused smile

#3 By Film on 2013-03-17 23:02

โอ้ ยินดีด้วย
ความรู้สึกที่เกือบได้ กับเกือบไม่ได้นี่มันต่างกันจริงๆ
( Hot! Hot! )

#2 By Nirankas on 2013-03-17 19:13

กำลังฝึกวิ่งอยู่เช่นกันครับ ทำได้ดีที่สุดก็แค่มินิเอง ^^Hot!

#1 By Beermyself on 2013-03-17 10:34